“ถ้าเราไม่รักษาป่าไม้ข้างบน
จะทำให้เดือดร้อนตลอด”

เอ็กโก กรุ๊ป ตั้งใจที่จะขยายขอบเขตงานด้านสิ่งแวดล้อม จากพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าไปสู่สังคมในวงกว้างอย่างจริงจัง ด้วยความมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติเพื่อประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ โดยได้ศึกษาแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” พบว่าพระองค์ทรงให้ความสำคัญกับทรัพยากรป่าไม้ น้ำและดิน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ที่ต่างเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อกันและกัน โดยทรงมีพระบรมราโชวาทความตอนหนึ่งว่า

“…อย่างเช่นในด้านชลประทานหรือในด้านป่าไม้นี่
ก็อาจมีบางคนเข้าใจว่าทำไมจึงสนใจ และบางคนไม่เข้าใจว่าทำไมฉันเอง
ทำไมสนใจเรื่องชลประทานหรือเรื่องป่าไม้ จำได้เมื่ออายุ 10 ขวบ
ที่โรงเรียนมีครูคนหนึ่งซึ่งเดี๋ยวนี้ตายไปแล้ว สอนเรื่องวิทยาศาสตร์
เรื่องการอนุรักษ์ดิน แล้วให้เขียนว่าภูเขาต้องมีป่าไม้อย่างนั้น
เม็ดฝนลงมาแล้วจะชะดินลงมาเร็วทำให้ไหลตามน้ำไป ไปทำให้เสียหาย
ดินหมดจากภูเขา เพราะไหลตามสายน้ำไป ก็เป็นหลักของป่าไม้
เรื่องการอนุรักษ์ดิน และเป็นหลักของชลประทานที่ว่า ถ้าเราไม่รักษาป่าไม้ข้างบน
จะทำให้เดือดร้อนตลอด ตั้งแต่ดินบนภูเขาจะหมดไป
กระทั่งการที่จะมีตะกอนลงมาในเขื่อน มีตะกอนลงมาในแม่น้ำ ทำให้เกิดน้ำท่วม
นี่น่ะ เรียนมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ…”

พระบรมราโชวาทพระราชทานแก่ คณะกรรมการสโมสรไลออนส์สากล ภาค 310 (ประเทศไทยและประเทศลาว)
ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน 2512

พระองค์จึงทรงมุ่งเน้นการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ เพราะเมื่อมีป่าก็จะมีน้ำ มีดินอันอุดมสมบูรณ์ มีความชุ่มชื้นของอากาศ และเกื้อกูลต่อการดำรงชีวิตของคน ก่อให้เกิดเป็นโครงการพัฒนาและบำรุงป่ามากมายทั่วประเทศ โดยเฉพาะป่าไม้ที่เป็นต้นน้ำลำธารเพื่อให้คงสภาพอยู่อย่างเดิม ทั้งนี้ เพื่อป้องกันปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมฉับพลัน และการพังทลายของดินอย่างรุนแรง ในขณะเดียวกันก็ถนอมน้ำไว้ใช้หล่อเลี้ยงแม่น้ำลำธารด้วย ดังแนวพระราชดำริความตอนหนึ่งว่า

“การจะมีต้นน้ำลำธารไปชั่วกาลนานนั้น สำคัญอยู่ที่การรักษาป่า และปลูกป่าบริเวณต้นน้ำ ซึ่งบนยอดเขาและเนินสูงขึ้นต้องมีการปลูกป่าโดยไม้ยืนต้นและปลูกไม้ฟืน ซึ่งไม้ฟืนนั้นราษฎรสามารถตัดไปใช้ได้ แต่ต้องมีการปลูกทดแทนเป็นระยะ ส่วนไม้ยืนต้นนั้นจะช่วยให้อากาศมีความชุ่มชื้น เป็นขั้นตอนหนึ่งของระบบการให้ฝนตกแบบธรรมชาติ ทั้งยังช่วยยึดดินบนเขาไม่ให้พังทลายเมื่อเกิดฝนตกอีกด้วย ซึ่งถ้ารักษาสภาพป่าไม้ไว้ดีแล้วท้องถิ่นก็จะมีน้ำไว้ใช้ชั่วกาลนาน”

พระราชดำริ เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2520 ณ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี

นอกจากนี้ พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับการจัดการเรื่องน้ำเป็นอย่างยิ่ง ด้วยพระราชดำริ ว่า ”น้ำคือต้นกำเนิดของชีวิต” เป็นปัจจัยหลักในการรักษาและฟื้นฟูป่า รวมทั้งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิต เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ห่างไกล พระราชกรณียกิจหลักของพระองค์ คือ การแสวงหาน้ำให้ราษฎร เพราะทรงรู้ว่าเป็นเกษตรกรต้องมีการเพาะปลูก และการเพาะปลูกนั้นต้องอาศัยน้ำ จึงทรงโปรดเกล้าฯให้จัดหาแหล่งน้ำไว้ให้ราษฎรได้เพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ ทรงสอนกระทั่งว่าจะปลูกป่าควรปลูกอย่างไร เพื่อให้มีน้ำตามมา ซึ่งน้ำจะซึมลงไปในดิน เกิดความชุ่มชื้นในดิน เกิดลำคลอง บ่อน้ำ ชาวบ้านก็จะมีน้ำใช้ น้ำไหลผ่านไปไม่เร็ว ก็จะซึมลงใต้ดินได้มาก คลองต่างๆ ก็จะมีน้ำตลอดทั้งปี

เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริเรื่องน้ำ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก็ได้ทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจที่เกื้อหนุนกัน ดังพระราชดำรัส เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2525 ณ อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร ความตอนหนึ่งว่า

“เมื่อพระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันก็จะเป็นป่า
ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ …
พระเจ้าอยู่หัวทรงสร้างอ่างเก็บน้ำ
ฉันจะสร้างป่า”

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมุ่งเน้นการฟื้นฟูป่าไม้ที่เสื่อมสภาพให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ดังเดิม โดยได้พระราชทานแนวพระราชดำริให้มีโครงการป่ารักน้ำ และโครงการเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ต้นน้ำลำธารอีกหลากหลายโครงการ รวมทั้งทรงให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลของคน ป่า และสัตว์ป่า ที่ต่างให้ ประโยชน์ซึ่งกันและกัน โดยทรงจัดให้มีโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ที่ส่งเสริมให้คนสามารถใช้ประโยชน์จากผืนป่าสร้างอาชีพและรายได้อย่างพอเพียง ในขณะเดียวกันก็ร่วมกันดูแลป่าไปด้วย ในฐานะ “ราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า” จนเกิดเป็นความสามัคคีและความภาคภูมิใจแก่ตนเอง ครอบครัว และชุมชน ควบคู่ไปกับทรงพระราชทานอาชีพเสริมเพื่อให้ราษฎรสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงอุทิศพระองค์เพื่อการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ อันถือเป็นทรัพย์สินอันมีค่าของประเทศ โดยเฉพาะ ป่าไม้ต้นน้ำ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำน้อยใหญ่ ไว้ให้เป็นมรดกของลูกหลานสืบไป

จากสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม
และความตั้งใจที่จะมีส่วนร่วมดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เอ็กโก กรุ๊ป จึงมีปณิธานที่จะตามรอยเบื้องพระยุคลบาท
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ
ในการปกปักรักษาป่าต้นน้ำ
ซึ่งเป็นต้นทางของความอุดมสมบูรณ์ทั้งมวล ให้คงอยู่สืบไป